ไอ้โม่งตัวดี โปรดอย่ามาลงเล่นการเมือง ชาวบ้านอย่างผมแน่ใจ จะไม่เลือกเข้าสภา.

ไอ้โม่งตัวดี โปรดอย่ามาลงเล่นการเมือง ชาวบ้านอย่างผมแน่ใจ จะไม่เลือกเข้าสภา.

https://www.thairath.co.th/news/society/1906723

 

เสนาบดีมุมโต๊ะ
กิเลน ประลองเชิง10 ส.ค. 2563 05:01 น.
 

ท่วงท่าข้าราชการใหญ่ที่เล่นบทอยู่ใต้อำนาจนักการเมือง ไม่ว่าทั้งตำรวจ หรืออัยการ ฯลฯ มีแบบอย่างชัดเจนจาก

ซูเว่ยเต้า อัครมหาเสนาบดีในสมัยจักรพรรดินี อู๋เจ๋อเทียน (บูเช็กเทียน) ซูเว่ยเต้าเป็นชาวเมืองจ้าวโจว (ปัจจุบันอยู่ในมณฑลเหอเป่ย) อายุแค่ 9 ปี ก็เขียนบทกวีได้ลึกซึ้งกินใจ พออายุ 20 ปี ก็รับราชการในหัวเมือง เพื่อนๆร่วมงานรู้กันว่า เขาตรงไปตรงมา กล้าค้านในสิ่งที่ควรค้าน

เมื่ออู๋เจ๋อเทียนนั่งบัลลังก์ ชื่อเสียงเขาโด่งดัง แต่ก็ถูกใส่ร้ายจนต้องขึ้นศาล ชาวบ้านรู้กันดี อู๋เจ๋อเทียนต้องการสร้างบารมี ชุบเลี้ยงคนดีสั่งปล่อยตัว แล้วให้ไปเป็นขุนนางอีกเมืองหนึ่ง

ในเมืองนี้ ซูเว่ยเต้าก็ไม่เปลี่ยนนิสัย ก็ถูกใส่ร้ายอีก ยังมี จักรพรรดินีคุ้มตัว ถูกย้ายมาเป็นข้าราชการระดับกลางในเมืองหลวง แต่ถูกร้องเรียนจนถูกย้ายไปหัวเมืองอีกครั้ง

บทเรียนซ้ำซาก ความเป็นคนตรง อยู่ในชีวิตราชการก็ไม่ก้าวหน้า ซูเว่ยเต้าปรับตัว ไม่ว่าการเมืองจะพลิกผันไปอยู่ในสภาพใด ซูเว่ยเต้าจะไม่ออกความเห็นไปทางใดทางหนึ่งชัดเจน

นี่คือวิถีชีวิตที่ก้าวหน้า ซูเว่ยเต้าได้เลื่อนตำแหน่งครั้งแล้วครั้งเล่า จนได้เป็นรองอัครมหาเสนาบดี

ตำแหน่งใหญ่ขนาดนี้ ซูเว่ยเต้าก็ยิ่งเข้าใจ เขาจะเลือกพูดในสิ่งที่เชื่อว่า ฮ่องเต้หญิงพอใจ

ขณะเป็นรองอัครมหาเสนาบดี ซูเว่ยเต้าได้ชื่อว่า เป็นรองอัครมหาเสนาบดีที่ไม่เคยใช้อำนาจของตัวเองตรงๆ

เขาเข้าใจระเบียบแบบแผนราชสำนักแจ่มแจ้งชัดเจนโดยไม่ต้องอ้างตำรา ไม่มีใครเคยจับผิดเขาได้

ในสายตาอู๋เจ๋อเทียน ซูเว่ยเต้าเป็นคนที่พระนางพอใจ ในสายตาขุนนางระดับเดียวกัน เขาเป็นคนดี เข้ากับทุกกลุ่ม จึงทำงานไม่ว่า ยากง่ายได้สำเร็จลุล่วง

ซูเว่ยเต้าจึงเป็นคนกันเองของทุกฝ่าย ไม่มีใครว่าเขาเลว แต่ก็ไม่มีใครว่าเขาเชื่อถือได้

เคล็ดลับในการรับราชการคือการโอนอ่อนผ่อนตาม ซูเว่ยเต้า จึงได้เลื่อนเป็นอัครมหาเสนาบดี และอยู่ในตำแหน่งใหญ่นี้ได้ถึง 9 ปี

คดีความที่เขาเป็นประธานตัดสิน เมื่อใครขอความเห็นซูเว่ยเต้าจะไม่ตอบทันที แต่จะเอามือวางที่มุมโต๊ะคลำไปมา

มุมโต๊ะข้างหนึ่ง “เจี่ย” แปลว่าตรง มุมโต๊ะอีกด้าน “อี่” แปลว่าข้าง

เมื่อเขาออกจากราชการมีลูกศิษย์ลูกหามากมาย บางคนถาม การวางมือที่มุมโต๊ะสองข้างคืออย่างไร ซูเว่ยเต้าบอกว่า อย่าตัดสินอะไรให้เด็ดขาด อย่าคิดว่าไม่ดำก็ต้องขาว เพราะหากคิดเช่นนั้น

หากถูกก็ดีใจ แต่หากผิดก็เป็นภัย

เหมือนมุมโต๊ะมีทางสองข้าง จะไปทางไหนก็ได้ พูดให้ครอบคลุมทั้งสองทาง ความหมายแท้จริงเป็นเช่นไร ให้คนฟังทายเอง

เพราะบุคคลิกเช่นนี้ ไม่เป็นที่เกลียดชัง ไม่เป็นที่รักใคร่ ซูเว่ยเต้าเป็นแบบอย่างข้าราชการที่ก้าวหน้า แต่ไม่เป็นที่รักของชาวบ้าน

เรื่องของซูเว่ยเต้าทำให้ผมนึกถึงตำรวจที่ผมเคยรัก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. นึกถึงคุณปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อัยการใหญ่ที่ผมเคยนับถือ ท่าทีที่แสดงกับคดีลูกเศรษฐีขับรถชนตำรวจตาย

ขุนนางใหญ่จะใหญ่ยิ่งขึ้นไป เป็นคนตรงตรงมาไม่ได้ หากความตรงไปตรงมานั้น ไม่ตรงใจอำนาจที่เหนือกว่า ผมขอภาวนาให้ตำรวจใหญ่อัยการใหญ่ ท่านก้าวหน้าของท่านไปตามวิถีทาง

แต่โปรดอย่ามาลงเล่นการเมือง ชาวบ้านอย่างผมแน่ใจ จะไม่เลือกเข้าสภา.

กิเลน ประลองเชิง

........

..............

.......................

 

 

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0

2 ความเห็น

 
3 ส

 ผมก็ไม่เลือกเข้าสภาครับ

ใช่

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1
 
ICT

https://www.thairath.co.th/news/politic/1906744

ไอ้โม่งตัวดี
แม่ลูกจันทร์10 ส.ค. 2563 05:05 น.
 
 

ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายรัฐบาลลุงตู่ ปี 2564 ก้อนโตมโหฬาร 3.3 ล้านล้านบาทผ่านสภาฯวาระแรกไปแล้วอย่างสะดวกโยธิน กำลังปล้ำฟัดกันนัวเนียในคณะกรรมาธิการของสภาฯ เพื่อเร่งพิจารณาแปรญัตติให้เสร็จภายใน 30 วัน ก่อนชงเข้าสภาฯ วาระ 2 และวาระ 3 เพื่อรูดปื๊ดออกมาใช้ทันต้นเดือนตุลาคม

“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่าเนื่องจากรัฐบาลตั้งงบประมาณรายจ่ายสูงถึง 3.3 ล้านล้านบาท มีทั้งงบรายจ่ายประจำ และงบลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจอีกหลายพันโครงการ

จึงต้องตั้ง “คณะอนุกรรมการอีก 8 ชุด” ช่วยกลั่นกรองพิจารณาปรับลดวงเงินงบประมาณหน่วยราชการต่างๆ ที่ไม่จำเป็นออกไป

ปรากฏว่ามี “ไอ้โม่งผู้ไม่ประสงค์ออกนาม” ไปเจรจาเรียกเก็บค่าต๋งจากหัวหน้าหน่วยราชการ เพื่อแลกกับการไม่โดนตัดงบประมาณ

ถ้าอยากให้งบอยู่ครบตามที่ขอไป ก็ต้องจ่ายค่าไฟเขียวมาซะดีๆ!!

ข่าวระบุว่าในการประชุมคณะอนุกรรมาธิการ พิจารณางบกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ในส่วนของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล วงเงิน 1,276 ล้านบาท และกรมทรัพยากรน้ำ วงเงิน 3,772 ล้านบาท

เกิดปัญหา คณะอนุกรรมการฯไม่ยอมผ่านงบบูรณาการกรมทรัพยากรน้ำบาดาลหลายโครงการ

ทำให้ “นายศักดา วิเชียรศิลป์” อธิบดีกรมน้ำบาดาล เกิดเบรกแตกแฉกลางที่ประชุมว่ามีอนุกรรมาธิการบางคนโทรศัพท์ไปเจรจาเรียกเงิน 5 ล้านบาท เพื่อแลกกับการปล่อยผ่านงบ ประมาณโดยไม่ตัดลดวงเงิน

อธิบดีกรมน้ำบาดาลยังขู่ว่าจะนำเรื่องนี้ไปแถลงสื่อมวลชนให้เป็นข่าวครึกโครม

ร้อนถึง นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี รองประธานคณะกรรมาธิการชุดใหญ่ ต้องไปช่วยพูดคุยเคลียร์ปัญหาขัดแย้งไม่ให้ลุกลามบานปลาย

ทำให้ปัญหาวุ่นวายขายปลาช่อนยุติลง

รายงานข่าวระบุว่า ไม่ใช่กรมทรัพยากรน้ำบาดาลแห่งเดียว ที่โดนเรียกเงินใต้โต๊ะ เป็นค่าผ่านงบประมาณ

มีอธิบดีบางกรม โดนไอ้โม่งเรียกเก๋าเจี๊ยะถึง 10 ล้านบาทแลกกับปล่อยผ่านงบประมาณให้สะดวกโยธิน

แต่ไม่มีใครกล้าออกมาแฉอย่างอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล

เพราะข้าราชการส่วนใหญ่ไม่กล้าดับเครื่องชนนักการเมือง

ทำให้ไอ้โม่งเหิมเกริมใช้เป็นช่องทางแสวงหาประโยชน์จากงบประมาณแผ่นดิน

ถ้าข่าวอื้อฉาวเรื่องนี้ไม่มีมูลความจริง...

“แม่ลูกจันทร์” กระชุ่น ส.ส.ในคณะอนุกรรมการชุดนี้ทุกคนรีบออกมาแถลงปฏิเสธว่าไม่มีไอ้โม่งไปเรียกเงิน 5 ล้านบาท จากอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล

อย่าให้ปลาเน่าไม่กี่ตัว ทำให้เหม็นโฉ่ไปทั้งสภาฯ

แต่...แต่ถ้าข่าวอื้อฉาวนี้เป็นความจริง...

แสดงว่ามีไอ้โม่งตั้งแก๊งเก็บค่าต๋ง ตั้งแต่งบประมาณยังไม่ทันเบิกออกมาใช้จ่ายสักบาทเดียว

เมื่อเบิกจ่ายแล้วก็โดนหักเก๋าเจี๊ยะค่ารับเหมาประมูลงาน

แล้วยังโดนหักค่าหัวคิวกรรมการตรวจรับงานอีกก้อนโต

ไหนว่ายุคนิวนอร์มอล ทำไมยังฟาดกันเปรอะตั้งแต่ปากซอยยันท้ายซอย??

ล่อกันหนักกว่าโอลด์นอร์มอลซะอีกนะโยม.

“แม่ลูกจันทร์”

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0